เลี้ยงลูกอย่างไรให้ EQ ดี

เด็กจะมีความฉลาดทางอารมณ์ที่ดีได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยการเลี้ยงดู เช่น
ให้ได้รับนมแม่ครบอย่างน้อย 6 เดือน
เด็กทารกควรได้รับนมแม่ครบถ้วนอย่างน้อย 6 เดือน หลังจากนั้นเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ควบคู่กับอาหารตามวัยต่ออีก 6 เดือน และสามารถเลี้ยงด้วยนมแม่ต่อ

ไปถึง 2 ปีหรือมากกว่านั้นได้ เพราะนมแม่ส่งเสริมการพัฒนาด้านสมอง ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาด้านอารมณ์ จิตใจ และปัญหาสุขภาพจิตของเด็กในระยะยาวด้วย
ให้ได้รับสัมผัสทั้ง 5
สัมผัสทางกาย : การอุ้ม กอด
สัมผัสทางเสียง : การพูดคุยกับเด็ก ร้องเพลง หรือเปิดเพลงคลอเบาๆ
สัมผัสทางรส : รสชาติของน้ำนมแม่
สัมผัสทางกลิ่น : เด็กที่ได้รับนมแม่จะคุ้นเคยกับกลิ่นน้ำนมและกลิ่นกายของแม่
สัมผัสทางสายตา : อุ้มเด็กไว้ใกล้ๆ บริเวณใบหน้า พูดคุยและจ้องมองเด็ก ขยับใบหน้าไปมาให้เด็กมองตาม หรือให้เด็กจ้องมองของเล่นสีสดใส
อ่านหนังสือให้ฟัง
การอ่านหนังสือให้ลูกฟัง และให้เขาได้ดูภาพในหนังสือตั้งแต่ยังเป็นทารก จะช่วยทําให้เด็กเรียนรู้ความรู้สึกผ่อนคลาย เพลิดเพลิน รวมทั้งยังเป็นการปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน เด็กจะชอบฟังนิทานเรื่องเดิมซ้ำหลายครั้งจนจําได้และสามารถเล่าให้คนอื่นฟังได้ด้วย
ดนตรีสร้างความสงบ
เมื่อเด็กฟังเพลงที่มีทํานองและจังหวะช้าๆ เบาๆ ก็จะรู้สึกสงบ มีสมาธิ และจิตใจผ่อนคลาย ส่วนเพลงที่มีทํานอง และจังหวะเร็วก็จะมีผลทําให้เด็กรู้สึกสดชื่นแจ่มใสและมีจิตใจที่ร่าเริงเบิกบาน
ให้เป็นฝ่ายเลือก
อย่าพยายามยัดเยียดสิ่งที่เด็กไม่ต้องการหรือไม่ชอบ ควรให้เขาลองเลือกสิ่งที่เขาต้องการหรืออยากทํา แล้วพ่อแม่คอยช่วยพัฒนาจุดด้อยของลูกให้ดีขึ้น โดยอาจให้เขาลองเลือกง่ายๆ เช่น เสื้อผ้า หรืออาหารที่เขาต้องการ เป็นต้น
ให้ได้เล่น
การเล่นจะทําาให้เด็กรู้จักการยอมรับกฎระเบียบ และถือปฏิบัติตาม พร้อมเห็นคุณค่าของการเคารพกฎกติกาการเล่น เกิดทักษะการเรียนรู้อยู่ร่วมกันกับผู้อื่น รู้จักควบคุมอารมณ์ การแบ่งปัน และการแก้ปัญหา นอกเหนือจากการช่วยพัฒนาด้านสติปัญญาและร่างกาย
ให้ได้เผชิญปัญหา
เด็กควรมีโอกาสได้เรียนรู้วิธีการจัดการกับปัญหาด้วยตัวเอง โดยผู้ใหญ่คอยเฝ้าดูและให้คําแนะนําอยู่ห่างๆ เพื่อฝึกทักษะการแก้ปัญหา ฝึกความอดทน และรับมืออารมณ์ของความผิดหวังเมื่อสิ่งต่างๆ ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก สสส.