5 แอพแต่งรูป ที่ควรมีติดมือถือ !

5 แอพแต่งรูป ที่ควรมีติดมือถือ ! ในปัจจุบันผู้ใช้สมาร์ทโฟนจำนวนมากก็ใช้แต่แอพโซเชียลเน็ตเวิร์ค, เล่นเกม, อ่านคอนเทนต์ต่างๆ และดูหนังฟังเพลงกันซะส่วนใหญ่ บางทีผมก็อยากใช้แอพแปลกๆ ใหม่ๆ บ้างแต่ก็ไม่รู้จะใช้อะไรดี เมื่อสัปดาห์ก่อนเว็บไซต์ VentureBeat ได้รวบรวม 10 แอพที่ควรมีประจำเครื่องไว้ ผมเลยเลือกมา 5 แอพที่ชอบแล้วเขียนเป็นรีวิวซะเลยครับ

1. SpeakerPhoneEx

สำหรับแอพมีประโยชน์ในการเปิด speakerphone โดยอัตโนมัตินั่นเอง ซึ่งการใช้งานก็ง่ายนิดเดียวเอง พอมีสายเข้าเพียงแค่กดรับแล้วเอามือถือแนบหูก็สามารถคุยได้ปกติ แต่พอนำมือถือออกมาจากหูก็จะเปิดเป็นลำโพงให้ทันที หรือถ้าโทรออกแล้ววางมือถือไว้บนโต๊ะก็จะเปิดลำโพงให้อัตโนมัติ

ข้อดี เปิด speakerphone ได้เร็วและง่ายมาก เวลาโทรอยู่แล้วต้องจดข้อมูลอะไรก็สามารถทำได้ทันที

ข้อเสีย ไม่เหมาะกับการใช้งานในออฟฟิศหรือที่เงียบ เพราะจังหวะที่จะวางสายต้องยกมือถือออกจากหูแล้วกดวางสาย ลำโพงจะเปิด อาจมีเสียงจากอีกฝั่งดังออกมาได้

2. Gallery Doctor (Cleaner)

แอพต่อมาเป็นแอพที่เคลียรูปบนมือถือ คือเวลาเราถ่ายรูปด้วยมือถือมักจะมีภาพที่ถ่ายเสียหรือเบลอแล้วเราก็ถ่ายซ้ำใหม่และมักจะลืมลบรูปที่เสีย หรือบางทีมีรูปที่เหมือนหรือคล้ายกันอยู่ในเครื่อง ไฟล์รูปเหล่านี้พอมีเยอะๆ ก็ทำให้กินพื้นที่หน่วยความจำของมือถือโดยไม่จำเป็น ซึ่งแอพตัวนี้หลักการก็คือ สแกนหารูปในเครื่องแล้วประมวลผลว่ารูปไหนถ่ายเสีย หรือคล้ายกัน แล้วจัดออกเป็นกลุ่มให้เรารีวิว ให้เราได้เลือกว่าจะเก็บหรือลบรูปไหน แล้วจึงกดลบได้ทันที

ข้อดี ใช้เคลียร์รูปเสียๆ ได้ดี โดยที่เราไม่ต้องนั่งไล่ดูใน Gallery ทีละรูป

ข้อเสีย รูปที่ดีแต่โดนตรวจว่าเสียก็มี

3. Truecaller

แอพตัวนี้เอาไว้บล็อคเบอร์ที่เราไม่ต้องการรับสาย และหากเบอร์ใดถูกรายงานเยอะๆ ก็จะถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูลกลางของแอพเป็นเบอร์ blacklist รวมถึงสามารถโชว์ชื่อผู้ที่โทรเข้ามาก่อนจะรับสายได้ด้วย ในตลาดมีแอพแนวนี้อีกตัวที่เป็นที่นิยมคือ LINE Whoscall นั่นเอง

ข้อดี UI ของแอพสะอาด ใช้ง่าย ทำงานได้ตามที่ควรจะเป็น มีฐานข้อมูลของเบอร์ที่ถูกบล็อคเยอะๆ

ข้อเสีย ต้องลงทะเบียนด้วยเบอร์ของเราก่อนใช้งาน

4. Link Bubble

อันนี้ก็ถือว่าเป็นแอพที่มีประโยชน์มากๆ เลยก็ว่าได้ คืออยากได้แบบนี้มานานแล้ว อันที่จริงแอพตัวนี้คือ “เว็บเบราว์เซอร์” ธรรมดาๆ นี่แหละ แต่เป็นเบราว์เซอร์ที่ “ลอย” อยู่เหนือแอพอื่นอีกที เช่น เวลาเราอ่านทวิตเตอร์อยู่ แล้วเจอลิงก์น่าสนใจถ้ากดเข้าไปอ่านก็จะโดนสลับไปที่เบราว์เซอร์ของเครื่อง และเสียเวลารอโหลดอีก พออ่านเสร็จถึงจะกด back กลับมาใช้ทวิตเตอร์ต่อ ตรงนี้ Link Bubble เข้ามาช่วยโดยการโหลดเว็บนั้นไว้เบื้องหลัง และโผล่ขึ้นมาเป็น bubble ตามชื่อ ไอเดียตรงนี้เหมือน chat head ของ Facebook Messenger เปี๊ยบ นั่นคือพอเรากดลิงก์ก็จะไม่โดนสลับไปไหน ยังอ่านทวิตเตอร์ต่อได้เหมือนเดิม และรอบๆ bubble จะมีวง progress ให้ดูว่าโหลดเสร็จหรือยัง พอเต็มวงก็พร้อมเปิดเว็บขึ้นมาอ่านได้เลย

ข้อดี ทำอย่างหนึ่งระหว่างรอเว็บโหลดไปพร้อมกันได้

ข้อเสีย อาจต้องมีการปรับนิสัยการใช้มือถือนิดหน่อย คือมันสะดวกขึ้นแต่อาจไม่ชินในช่วงแรก

5. Shush!

มาถึงแอพสุดท้ายแอพนี้น่าจะมีหลายๆ คนใช้อยู่แล้ว และสิ่งที่แอพนี้ทำได้คือช่วยเปิดเสียงริงโทนและเสียงแจ้งเตือนต่างๆ กลับคืนมาหลังจากผู้ใช้ปิดไว้ ตัวอย่างที่ชัดเจนมากคือเราเข้าประชุม มีกำหนดเสร็จภายใน 2 ชั่วโมงข้างหน้า เราก็กดปุ่มลดเสียงจนแถบเสียงลดลงสุดตามปกติ แล้วแอพนี้จะเด้งขึ้นมา เราสามารถตั้งเวลาไว้ได้ว่าให้เปิดเสียงทุกอย่างกลับมาภายในเวลา 2 ชั่วโมง และตั้งได้ด้วยว่าให้เสียงดังแค่ไหน

ข้อดี สะดวก ไม่ต้องกลัวลืมเปิดเสียงหลังจากเสร็จธุระ Shush!

เป็นอย่างไรบ้างค่ะ สำหรับแอพที่เราแนะนำไปหวังว่าจะมีประโยชน์กับผู้อ่านไม่มากก็น้อยนะคะ และถ้าใครมีแอพใหม่ๆ ก็สามารถแนะนำกันเข้ามาได้นะคะ

credit: https://www.potatotechs.com/